โอกาสแห่งความสำเร็จเพื่อคนทุกๆคน การทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็ตาม
ผู้สร้างธุรกิจทุกคนย่อมต้องการให้ธุรกิจของตนเองเจริญเติบโตและยั่งยืนยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ส่วนสิ่งที่จะคอยประคองทิศทางก็คือ “ปรัชญา” ของธุรกิจทุกธุรกิจนั่นเอง
ปรัชญาเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
เพราะหากปรัชญาเปลี่ยนแปลงแสดงว่าธุรกิจของคุณเปลี่ยนแปลงแนวคิดทั้งหมด
ดังนั้นทุกธุรกิจจะมีปรัชญาเป็นตัวบ่งบอกถึงธุรกิจของคุณว่าเป็นแบบไหน
สำหรับธุรกิจนี้ก็เป็นธุรกิจในรูปแบบทุนนิยม
การทำธุรกิจก็หวังผลกำไรเพื่อนำกำไรไปต่อยอดสร้างธุรกิจต่อๆ
ไปให้เจริญเติบโตยิ่งขึ้น
แต่รากฐานสำคัญที่ทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกวันนี้
นั่นก็คือปรัชญาของธุรกิจนั่นเอง ปรัชญาของธุรกิจของเราประกอบด้วยเสาหลัก 4 ต้น อิสรภาพ
ครอบครัว ความหวัง และรางวัล และต่อให้อีก 100 ปีข้างหน้า เสาหลัก 4
ต้นนี้ก็จะต้องยังคงอยู่เช่นกัน สิ่งที่ผมกำลังสื่อถึงก็คือ
ธุรกิจทุกธุรกิจควรมีปรัชญาของธุรกิจนั้นๆ
ที่สำคัญคือต้องควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เราก้าวทันกับตลาดได้ในระยะยาว
แน่นอนว่าธุรกิจทุกธุรกิจเมื่อมีการขยายตัว
ก็ต้องเข้าสู่ตลาดแห่งการแข่งขันแล้วก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา
การจะพาให้องค์กรไปได้และอยู่รอดก็ต้องเกิดการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้เร็วทันตามความต้องการของตลาด
และถ้าหากจะให้ดีที่สุดก็ควรเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าเพื่อไปรองรับตลาดที่กำลังจะมาถึงในอนาคต
วิธีการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าจะทำให้เราแข็งแกร่งและยั่งยืนได้
แต่ทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงต้องยังอยู่บนรากฐานแห่งปรัชญา
“ความซื่อสัตย์”
คือสิ่งที่สำคัญที่สุด และไม่ใช่เพียงแค่ในการทำธุรกิจนี้นะครับ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดทุกอย่างควรอยู่บนพื้นฐานแห่งความซื่อสัตย์แล้วจะทำให้ทุกอย่างโปร่งใส
น่าเชื่อถือและมั่นคงยืนยาว
ฉะนั้นต้องกลับมามองว่าการที่คุณซึ่งอยู่ในฐานะเจ้าของธุรกิจแล้วไปชวนคนหนึ่งคน
คุณให้การสปอนเซอร์คนหนึ่งคนนั้นเพราะอะไร เพราะคุณกำลังหยิบยื่นโอกาส
ให้การสนับสนุน เพื่อให้คนหนึ่งคนนั้นของคุณประสบความสำเร็จ
แล้วจึงค่อยนำความสำเร็จนั้นมาเป็นความภูมิใจในความสำเร็จของคุณที่ได้เปิดโอกาส
ได้สนับสนุนคนหนึ่งคนให้ประสบความสำเร็จใช่หรือไม่ หากคุณคิดและปฏิบัติเช่นนี้
นี่แหละคือแนวคิดและปรัชญาของธุรกิจที่ถูกต้องที่สุด
แต่หากคุณไปสปอนเซอร์คนหนึ่งคน
โดยคิดแค่เพียงว่าคนหนึ่งคนนี้จะเป็นอีกหนึ่งสายงานที่จะทำให้คุณสำเร็จในธุรกิจแล้ว แนวคิดแบบนี้ถือเป็นแนวคิดที่ผิดไปจากแนวคิดและปรัชญาของธุรกิจที่ถูกต้อง
เพราะคุณกำลังมองเพียงว่าคนหนึ่งคนนั้นเป็นเพียงฐานให้กับคุณเท่านั้นเอง
หรือการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าโดยการโฆษณาเกินจริง
รวมถึงการไปเปิดโอกาสทางธุรกิจแล้วชักชวนโดยการบอกว่าหากทำแล้วจะรวยเร็ว
โดยมิได้อธิบายถึงขั้นตอนในการประสบความสำเร็จ
หรือผลิตภัณฑ์นี้กินแล้วหายจากโรคนั้นโรคนี้ เป็นหนุ่มเป็นสาวตลอดเวลา
โดยไม่ได้ให้ความรู้ในผลิตภัณฑ์นั้นอย่างถูกต้อง
นั้นก็ถือว่าคุณขาดความซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก ธุรกิจนี้ทำแล้วรวยจริงหรือไม่
ผมตอบได้เลยว่ารวยจริงและยังมั่นคงอีกด้วย แต่คุณต้องทำแบบมีขั้นตอน
ตั้งใจทำอย่างจริงจัง
ที่สำคัญต้องไม่ออกนอกระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณของนักธุรกิจมืออาชีพเท่านั้น ฉะนั้นการยึดถือในปรัชญาจึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริงและสามารถนำคุณไปสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริงได้
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบริษัท คณะผู้บริหาร พนักงาน และนักธุรกิจ ก็จำเป็นที่จะต้องยึดถือในปรัชญาเดียวกันอย่างเคร่งครัด...
การมีธุรกิจเป็นของตัวเองต้องเริ่มทำงานยังไงก่อนดี?
“การเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือ ENTREPRENEUR” นับว่าเป็นความฝันสูงสุดของผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพราะการทำงานประจำมันค่อนข้างน่าเบื่อและยังไม่ตอบโจทย์คนที่คิดนอกกรอบเท่าไหร่นัก หลายปีมานี้ มีเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมายทั้งที่เป็น SME และ STARTUP ที่หลายคนคิดว่าทำงานได้ดั่งใจ ได้เงินง่าย รวยเร็ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำธุรกิจให้ “รวย” นั้น ยากเสียยิ่งกว่าหางานที่ให้ค่าตอบแทนดีๆ เสียอีก เพราะต้องอาศัยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และทำงานหนักอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ริเริ่มไปจนธุรกิจเข้าที่เข้าทาง ก็ต้องไม่ลืมที่จะพัฒนาธุรกิจให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ตลอดจนไม่พลาดในเรื่องการเงินหรือภาษีที่ใช้หลักคำนวณยากและเยอะกว่าภาษีเงินได้ของคนทำงานประจำ ดังนั้นคำว่า “รวยเร็ว รวยง่าย” มีจริง มีแต่ต้องริเริ่มและคิดอย่างเป็นขั้นตอนถี่ถ้วน ผมจะสอนการสร้างธุรกิจที่สามารถสร้างได้จริงและสามารถอยู่ได้แบบยั่งยืนตลอดไป
ถามตัวเองชัด ๆ ว่า ถ้าอยากจะทำให้ธุรกิจมั่นคงแข็งต้องทำอย่างไรดี
คำถามแรกที่ต้องถามใจตัวเองว่า มีไอเดียอยากทำอะไร แล้วสามารถพัฒนาต่อยอดไปได้แค่ไหน ไม่ใช่แค่อยากทำก็ทำ ผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองหลายต่อหลายคนล้มง่าย ๆ เพราะแค่อยากทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่รู้จะทำอะไร หรือลองลงทุนไปก่อนโดยไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายของธุรกิจเอาไว้ พอเป้าหมายไม่ชัด ธุรกิจก็ไม่ดำเนินไปในทางที่ควร ดังนั้นสิ่งสำคัญก่อนจะไปไกลเกินก็คือ “เป้าหมายที่ชัดเจน” ที่นำไปสู่ Passion นั่นเอง ในธุรกิจนี้มีให้คุณศึกษาจากผู้นำที่สำเร็จแล้วมีอยู่มากมาย
ไอเดียทำธุรกิจนี้ ตอบโจทย์ให้กับตลาดอย่างไร
สมัยนี้ที่ใครๆ ก็เปิดร้านกาแฟกันเป็นว่าเล่น ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องง่าย แต่เพราะอาจเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เรามีร้านกาแฟเต็มไปหมด แต่ถ้าหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองในรูปแบบเดียวกับคนอื่น สิ่งที่จำเป็นต้องมีเลย คือ “ความแตกต่าง” โดยอาจจะเริ่มจากการหาจุดเด่นในธุรกิจของตนเอง เช่น ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ไปจนถึงช่วยแก้ปัญหาให้คน อยากให้พวกเขามีชัวิตที่ดีเหมือนคนอื่น ๆ ที่รวย ที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล เช่น การฉลาดเลือก ฉลาดใช้ระบบทำงานแทนเรา เลือกวิธีการที่สามารถสะสมความสำเร็จได้ เป็นต้น
มองหาลูกค้าที่รอคุณอยู่
ไม่ว่าธุรกิจเราจะไอเดียดีขนาดไหน แต่ถ้ากลุ่มลูกค้าแคบเกินไป หรือไม่มีคนซื้อเลย ธุรกิจก็ไปต่อได้ยาก หากโมเดลธุรกิจของผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองไม่เจ๋งพอ แถมยังต้นทุนไม่หนา ก็อาจจะดำเนินธุรกิจได้ไม่ไกลอย่างหวังแต่แนวธุรกิจที่นำเสนอนี้จะมีวัตถุดิบให้คุณทำ ให้คุณศึกษา วัตถุดิบไม่มีวันหมด ผู้แนะนำจะบอกคุณว่าลูกค้าอยู่ที่ไหนบ้าง วิธีการเปิดความสัมพันธ์ทำอย่างไร คุณจะสนุกกับการเจอลูกค้าที่ไม่มีวันเบื่อไม่มีต้นทุนใดๆมีแต่คำว่ามิตรภาพล้วนๆ
วางกลยุทธ์แบบแผน A และแผน B
เช่นเดียวกับการทำงานประจำ แต่การเริ่มเป็นเจ้าของธุรกิจมีแผนที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วน รอบคอบ และควรเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ หากมีครอบครัว ก็ควรเปิดใจคุยกันว่า จากนี้จะออกจากงานประจำเพื่อทำธุรกิจ เพราะนอกจากแผนธุรกิจและแผนสำรองแล้ว คุณก็ต้องการกำลังใจจากคนใกล้ตัว คุณจะสนุกกับคนใกล้ตัวและเริ่มเรียนรู้ที่จะสร้างสายสัมพันธ์กับคนที่คุณไม่รู้จัก คุณจะพบว่าคนไม่รู้จักหรือคนแปลกหน้าทั้งโลกคือเพื่อนของคุณแล้วเปลี่ยนมาเป็นสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจสายงานของคุณ
ไม่ลืมว่าคุณไม่ใช่ลูกจ้างใคร
ในยุคแห่งเทคโนโลยีที่อะไรๆ ก็ซื้อง่ายขายคล่องบนโลกเสมือนจริง จนการตลาดออนไลน์เป็นอีกช่องทางสำคัญหรืออาจจะเป็นช่องทางที่เกิดมาเพื่อผู้ที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองแต่ไม่มีทุน ดังนั้นหากใครมีไอเดียทำธุรกิจดีๆ แล้วล่ะก็แพลตฟอร์มนี้จะมาช่วยคุณขยายธุรกิจของคุณออกไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุดและมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้ดี รวมทั้งใช้ความรู้เรื่องโซเชียลมีเดียสร้างคอนเน็คชั่น ซึ่งจะที่ช่วยให้การทำธุรกิจง่ายขึ้นสำเร็จเร็วและง่ายกว่าเดิม
เรียนรู้สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรมี
หาไอเดียว่าจะทำธุรกิจส่วนตัวให้เติบโตต้องมีจิตวิญญานเป็นเถ้าแก่อย่างไร ก่อนที่จะวางโมเดลธุรกิจพร้อมเรียนรู้ฝึกทักษะการเป็นนายตนเองและบริการผู้อื่นอย่างมือาชีพ คุณก็ควรเรียนรู้ไว้ ไม่ว่าจะมาจากการอ่านหนังสือ การศึกษาเพิ่มเติม หรือการเข้าอบรมต่าง ๆ เพราะนอกจากไอเดียที่ดีแล้ว ทักษะในการจัดการ การตลาด การเงิน การฝึกฝนหาความรู้เพื่อให้ใช้ความพิเศษของผลิตภัณท์จะช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้ไหลลื่น และที่สำคัญเรื่องของ “คุณภาพดีที่สุดจากวัตถุดิบจากธรรมชาติไร้สารเคมี100%” ก็ควรเข้าใจเอาไว้เช่นกันเพราะเมื่อเข้าเรื่องแล้วคุณจะใช้เทคนิคนี้ไปอธิบายให้ผู้บริโภคได้เข้าใจและเมื่อคุณประสบความสำเร็จแล้วการไปจดทะเบียนเป็นเจ้าของบริษัทเพื่อคุณได้รับสิทธิในการชำระภาษีที่ต่ำลงนั่นเองตามกฎหมายต่อไป
มองหาจุดเริ่มต้นที่ง่ายของธุรกิจและไม่ต้องกังวลกับทุนสำรอง
เมื่อรู้แล้วว่าจะลงทุนทำธุรกิจกับกลุ่มคนกลุ่มใหนก่อน มีไอเดียพร้อม แผนพร้อมคุณเพียงเปิดโอกาสได้มีการสนทนาก็ถือว่าธุรกิจของคุณได้ถูกเปิดขึ้นแล้วทุนล่ะคือความขยันออกไปแนะนำออกไปสร้างสายสัมพันธ์ไปบอกให้ผู้คนได้รู้ว่าคุณคือมืออาชีพที่พร้อมอยู่ตลอดที่จะคอยบริการทุกๆคนคุณพร้อมหรือยัง ? เจ้าของธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แห่งอนาคตที่เริ่มต้นง่ายๆจากการทำงานประจำ ค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบสะสมผู้ที่เห็นด้วยกับคุณเริ่มจากอาชีพเสริมหลังเลิกงาน อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองที่ไม่ต้องลงทุนสามารถช่วยเหลือเพื่อนตลอดคนที่ไม่รู้จักให้ได้รู้จักกันสามารถสร้างรายได้เสริมมีปันผลต่อเดือนเป็นหลักหมื่นเพียงแค่ เรียนรู้ระบบให้ถ่องแท้ จะมีช่องทางให้กับทุกคนได้สร้างอาณาจักรธุรกิจของคุณอย่างไม่รู้จักจุดสิ้นสุดว่าอยู่ตรงไหน?
คำถามสุดท้าย “คุณพร้อมไหม?"
หลังจากที่บรรดาผู้อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองคิดถึงการทำธุรกิจส่วนตัวและผ่านขั้นตอนด้านบนมาได้สักพัก ก็คงมีเสียงในจิตใจที่คอยกระซิบถามว่า พร้อมหรือไม่ คุณควรถามตัวเองให้ถี่ถ้วนและมั่นใจก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มธุรกิจอย่างจริงจัง เพราะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวคุณแน่นอน ความมั่นใจจะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดมาเป็นคุณพร้อมเสมอ 24 ชั่วโมง คุณได้เวลาปลดแอกพันธนาการต่างๆได้เสียที
ได้เวลาลุย !
ถ้าคำตอบของข้อที่แล้วตอบว่า “พร้อม !” คราวนี้ก็ได้เวลาออกไปลุยแล้วล่ะแนวโน้มและจำนวนของผู้อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เพราะมีโอกาสและช่องทางเพิ่มมากขึ้น หากเริ่มต้นทำแค่เพียงเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยไม่คิดวางแผนให้รอบคอบแล้ว ก็อาจพลาดท่าเสียทีได้ เพราะการเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ใช่การลุ้นโชค แต่เป็นการวางแผนเตรียมตัวให้พร้อมจริง ๆ ต่างหาก ใช้โอกาสนี้สร้างอิสรภาพให้กับชีวิตของคุณ ธุรกิจได้ดำเนินมาในประเทศไทยมากกว่า 30 ปี ได้สร้างความรู้จักไว้ให้กับผู้คนมากมาย คุณทำธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎและจรรยาบรรณเท่านั้นเอง คุณจะมีลูกค้ามากมายที่รอต้อนรับคุณให้คุณมาเปิดโอก่าสให้กับพวกเขา เพราะคนที่ทำธุรกิจแบบมืออาชีพมีน้อยมาก แนะนำแต่ในสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ คุณจะเป็นมืออาชีพที่แตกต่าง 90 วันสามารถที่จะตั้งฐานธุรกิจได้ คุณจะสนุกกับโอกาสนี้ไม่รู้จบเลยจริงๆ
ด้วยความปรารถนาดี
ไพโรจน์ จิวตระกูลวงศ์โทร
081 6032249

สร้างตัวตนให้กลายเป็นแบรนด์
Personal Branding คือ การสร้างตัวเองให้กลายเป็นแบรนด์
เป็นจุดเด่น เป็นเอกลักษณ์ เป็นตัวแทนของสินค้าหรือบริการ
โดยการทำแบรนด์ลักษณะนี้จะเป็นการเน้นไปที่ตัวบุคคลหนึ่งๆ
หรือกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะให้กลายเป็นจุดขาย
โดยสร้างบุคลิกหรือภาพลักษณ์ให้โดดเด่นเพื่อนำไปต่อยอดในด้านการตลาด
ซึ่งหากทำแบรนด์ในลักษณะนี้ ลูกค้าก็จะรู้จักแบรนด์เราพร้อมๆ กับตัวบุคคลที่เป็นแบรนด์ไปพร้อมๆ
กัน ตัวอย่างเช่นหากพูดถึงอิชิตัน เราก็ต้องนึกถึงคุณตัน ส่วนถ้าพูดถึงเถ้าแก่น้อย
ก็นึกถึงคุณต๊อบ เป็นต้น
ทั้งนี้หากเราอยากสร้างตัวเองให้เป็นแบรนด์
หรือขั้นกว่านั้นคือสร้างตัวเราเองให้กลายเป็นแกนกลางของธุรกิจ
เราก็สามารถทำเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งพาบริษัทโฆษณาใหญ่ยักษ์
เพียงแต่เราต้องทำวางแผนกันสักเล็กน้อยก่อนจะลงมือสร้างเอกลักษณ์ให้ตัวเอง
จากนั้นก็เริ่มกันเลยกับ 9 วิธีดังต่อไปนี้
เริ่มจากตัวเอง
เริ่มแรกเลยเราต้องสำรวจตัวเอง
ทั้งด้านความสนใจว่าเราสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ เพราะหากไม่ได้สนใจในสิ่งนั้น
เราก็จะมีความกระตือรือร้นค่อนข้างน้อย และหากเจออุปสรรคก็อาจท้อถอยได้ง่าย
จากนั้นก็สำรวจความสามารถของตนเองด้วยเช่นกัน
ว่าเรามีความสามารถอะไรที่โดดเด่นเป็นพิเศษ สิ่งใดที่เราทำได้ดี
จากนั้นก็ตั้งเป้าหมายจากสิ่งที่สนใจและถนัด เช่น ฉันอยากมีรายได้เพิ่มขึ้น
หรืออยากเป็นกูรูด้านนี้ เช่น เรามีความรู้ด้านการเงินการลงทุนอยู่แล้ว
ก็สามารถต่อยอดจากสิ่งนี้ได้ การเป็นกูรูด้านการเงินก็ไม่ไกลเกินฝัน
ถามคนรอบตัว
หลังจากสำรวจตัวเองแล้วว่าเราเก่งกาจด้านนี้ก็อย่างเพิ่งมั่นใจเกินร้อย
เราควรถามคนรอบข้างสักเล็กน้อยว่าสิ่งที่เราคิดเราเข้าใจเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า
ถามคนรอบข้างว่าพวกเขามองเราเป็นอย่างไร
ว่าความสามารถเราโดดเด่นอย่างที่เราคิดหรือไม่ หากใช่...เราเก่งมากแค่ไหน
แต่หากไม่...แล้วเราเก่งด้านใดกันแน่ ให้พวกเขาช่วยคุณสำรวจความสามารถ
จากนั้นลองคิดวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของเป้าหมายเรา
หรือหาทางแก้ไขจุดด้อยเหล่านั้น เช่น หากเราคิดว่าเก่งด้านการลงทุน
แต่คนรอบตัวยังมองว่าเรายังเก่งไม่มากพอที่จะแนะนำคนอื่น
เราก็ควรหาความรู้เพิ่มเติม หาทางแก้ไขจุดอ่อนนั้น
วาดภาพรวมของสิ่งของที่จะสื่อออกไป
หลังจากได้เห็นตัวเองทั้งจากสายตาตัวเองและสายตาคนอื่นแล้ว
เราก็ต้องวาดภาพสิ่งที่ต้องทำต่อไป เริ่มจากจะสร้างสินค้าบริการหรือเนื้อหาอะไร
เช่น ต้องการเป็นกูรูด้านการลงทุน เขียนบทความด้านการลงทุน
จากนั้นต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมายเพื่อว่าจะได้วางกรอบการเขียนบทความ การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์
การเข้าถึงกลุ่มคนเหล่านั้น และที่สำคัญคือการสร้างเอกลักษณ์และตัวตนเราที่จะแสดงออกไปยังกลุ่มคนเหล่านี้โดยอิงลักษณะนิสัย
ความเป็นอยู่ และสภาพแวดล้อมต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมาย เช่น
กลุ่มเป้าหมายเป็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่เพิ่งเริ่มทำงาน มีไฟ มีความฝัน และกล้าเสี่ยง
การเข้าถึงคนกลุ่มนี้ก็อาจต้องสร้างจุดเด่นให้เป็นคนคิดต่าง กล้าเสี่ยง กล้าลุย
เป็นเหมือนเพื่อนใหม่ที่จะสร้างฝันไปด้วยกัน ไม่ใช่เป็นคุณลุงคอยพร่ำสอนคอยดุด่า
สร้างภาพลักษณ์
หลังจากวาดภาพรวมของสิ่งที่จะสื่อออกไปแล้ว
เราก็ต้องสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ ที่จะสื่อออกไปด้วยเช่นกัน ทั้งการสร้างสัญลักษณ์
โลโก้ หรือสโลแกน สร้างสิ่งที่ทำให้ผู้คนจดจำและนึกถึงเราทันทีเมื่อเห็นสิ่งนั้น
เช่น สร้างสัญลักษณ์ โลโก สโลแกน สิ่งที่เมื่อใครเห็นก็ต้องนึกถึงตัวเรา เช่น
โลโก้กราฟหุ้นพุ่งขึ้นสูงแทนภาพลักษณ์ของกูรูด้านการลงทุน โดยต้องออกแบบใหม่เด่น
แตกต่าง และสื่อถึงภาพรวมที่เราได้กำหนดไว้แต่แรกคือการลงทุนแบบคนรุ่นใหม่และขอเน้นว่าโลโก้หรือสัญลักษณ์เหล่านี้เด่นจริง
จำง่ายจริง แบบเห็นเมื่อไหร่ก็ต้องนึกถึงเราเท่านั้น
ไม่ใช่นึกถึงคนอื่นอย่างเด็ดขาด
วางระบบการทำงานของแต่ละส่วน
เราควรแบ่งงานออกเป็นสัดส่วนและกำหนดกรอบการทำงานให้ชัด
เพื่อลดความวุ่นวายในการทำงานและเพิ่มการทำงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมาก เช่น
สร้างเว็บไซต์เพื่อเป็นช่องทางเผยแพร่บทความด้านการลงทุน
เพราะสามารถจัดหมวดหมู่บทความได้ดี
การจัดหน้าของเนื้อหาและรูปประกอบบทความทำได้ดีกว่า ง่ายกว่า
และชัดเจนกว่าการใช้โซเชียลมีเดียซึ่งเหมาะการใช้กระจายบทความได้ดีกว่า
ดังนั้นโซเชียลมีเดียอย่าง facebook, twitter และ
google+ ซึ่งหลายๆ
คนใช้งานกันประจำจึงเหมาะกับการเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ เป็นพื้นที่แสดงตัวตน
หรืออาจจะเป็นช่องทางติดต่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฝากคำถาม
หรือแจ้งข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน เพราะเข้าถึงง่าย อัพเดตไว
และเข้าถึงคนหมู่มากได้รวดเร็วภายในไม่กี่วินาที
สร้างเครือข่ายของเราเอง
เครือข่ายเป็นสิ่งสำคัญมาก
เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก เพราะเราไม่ได้เก่งที่สุด
และเพราะเราไม่สามารถรู้จักทุกคนได้ด้วยพลังของเรา การสร้างเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนๆ
ร่วมสายงานจะช่วยเสริมความรู้ของเราให้เพิ่มมากขึ้น
เข้าถึงแหล่งข้อมูลและกลุ่มคนได้มากขึ้น
นอกจากนี้หากติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญข้ามสายอาชีพก็จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ
เปิดโลกใหม่ ทัศนคติใหม่ให้เรากับอีกด้วย เมื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เครือข่ายก็จะขยายมากขึ้นและแข็งแรงขึ้นด้วย
ทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ตัวเราไปสู่กลุ่มคนกลุ่มใหม่อีกด้วย เช่น
เน้นให้ความรู้ด้านการลงทุนในหุ้น
แต่ก็ข้ามไปสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้กับการลงทุนด้วยเงินฝากหรือการเริ่มธุรกิจ
SMEs จนกลายเป็นเครือข่ายการลงทุนให้เงินงอกเงยหรือร่วมงานสัมมนาต่างๆ
เพื่อพบปะผู้คนที่มีความสนใจเดียวกัน เพื่อผู้คุยแลกเปลี่ยนความรู้กัน
ไม่แน่ว่าการพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆ
กันครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งยิ่งใหญ่ในอนาคตก็ได้
สร้างคอนเทนต์ของตัวเองให้โดดเด่น
เพราะคอนเทนต์ที่ดีจะดึงดูความสนใจผู้คนได้มากขึ้น
ดังนั้นจงสร้างให้เจ๋งสุดเท่าที่จะทำได้
จากนั้นก็กระจายคอนเทนต์คุณภาพเยี่ยมทางโซเชียลมีเดียหรือช่องทางอื่นๆ
ที่คัดสรรไว้แล้ว
เมื่อผู้รับสารเห็นคอนเทนต์เหล่านั้นแล้วและชอบใจก็จะเกิดกระแสไวรัลหรือการบอกต่อๆ
ขึ้น มีการแชร์ต่อในวางกว้าง
ดังนั้นลงทุนและทุ่มเทให้มากกับการสร้างคอนเทนต์ให้เยี่ยมที่สุด เช่น
เขียนบทความด้านการลงทุน คอนเทนต์ก็คือบทความ หรือหากอยากเป็นสุดยอดนักทำอาหาร
อาหารคือสิ่งสำคัญ การเลือกวัตถุดิบ การปรุง และการจัดหน้าตาอาหารก็คือสิ่งสำคัญ
ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน
เราควรมีการปฏิสัมพันธ์พูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดกับทั้งผู้ชมผู้อ่าน
เพื่อนร่วมสายอาชีพ หรือแม้กระทั่งเพื่อนต่างสายอาชีพ ตอบคำถามหรือคอมเมนต์ต่างๆ
ในโซเชียลมีเดีย อย่าเพิกเฉยต่อคำถาม คำชม และคำติต่างๆ
การมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขาจะช่วยสร้างความรู้สึกดีๆ ให้พวกเขา
ทั้งยังเป็นข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงคอนเทนต์ของเราด้วยเช่นกัน
และอย่าลืมแลกเปลี่ยนคอนเทนต์กับผู้อื่นด้วยทั้งสายงานเดียวกันและต่างสายงาน
เพราะจะเป็นประชาสัมพันธ์ทั้งตัวคอนเทนต์และตัวเราอีกด้วย
ทั้งนี้ก็อย่าลืมใส่เครดิตของเราลงไปในคอนเทนต์ด้วย อย่างเช่นใส่โลโก้ของเราลงไป
เพื่อว่าผู้รับสารจะได้ทราบว่าเป็นงานของเราและสามารถติดตามมายังเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของเราได้ถูกต้อง
สังเกตและวิเคราะห์
หลังจากปล่อยคอนเทนต์สู่สายตากลุ่มเป้าหมายแล้ว
เราก็ต้องเฝ้าดูกระแสตอบรับว่าคอนเทนต์ถูกใจพวกเขาหรือไม่
รับฟังความคิดเห็นและคำวิจารณ์ทั้งจากกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนร่วมสายงานเดียวกัน
หรือคู่แข่ง เพื่อจะได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงคอนเทนต์ของเราให้ดียิ่งขึ้น และอย่าลืมใช้เครื่องมือวัดผลตอบรับต่างๆ
จากโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อจะได้วางแนวทางและกลยุทธ์ใหม่ๆ ในการกระจายคอนเทนต์ออกไป
ทั้งนี้การเริ่มต้นสร้างตัวเองให้กลายเป็นแบรนด์ก็ควรจะเริ่มที่ความรู้ความสามารถที่มีอยู่และความสนใจของตัวเราเอง
เพื่อว่าจะได้มีแรงกระตุ้นให้เรามุ่งมั่นกับเป้าหมายที่ตั้งไว้
และยังช่วยเพิ่มความอดทนหากต้องเผชิญงานหนักและอุปสรรค์ใหญ่ๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น