5 ธุรกิจดาวเด่น และ 3 ธุรกิจเสี่ยงถดถอย

 

นักธุรกิจยุคใหม่ที่กำลังจะลงทุนประกอบธุรกิจ นอกจากจะต้องเริ่มต้นจากความรักและชื่นชอบเป็นหลักแล้ว ยังต้องศึกษาองค์ประกอบรอบข้าง เช่น กระแสธุรกิจ แนวโน้มการเติบโต เป็นปัจจัยเสริมไม่ให้หลงทิศทางประกอบธุรกิจ สำคัญที่สุดต้องพร้อมรับมือทุกการเปลี่ยนแปลง นำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการธุรกิจ พร้อมสร้างเครือข่ายธุรกิจ สนับสนุนเกื้อกูลจูงมือพากันเติบโต สอดคล้องกับกระแสธุรกิจรักษ์โลก

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจเชิงลึกเพื่อเฟ้นหาธุรกิจดาวเด่น 5 ธุรกิจ และธุรกิจที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย 3 ธุรกิจ ปี 2566 โดยใช้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์จากหลายภาคส่วน เช่น จำนวน/อัตราการเติบโตของการจัดตั้ง อัตราการเลิก การเพิ่มปริมาณการลงทุนของธุรกิจ (จำนวนการเพิ่มทุนจดทะเบียน) และข้อมูลจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ แนวโน้มธุรกิจ กระแสความนิยม นโยบายภาครัฐ ดัชนีทางเศรษฐกิจ ร่วมกับสถานการณ์ภาพรวมของประเทศ เช่น สถานการณ์โควิค-19 ที่คลี่คลายลง สภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งส่งผลให้ความต้องการของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งความต้องการขั้นพื้นฐาน ความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์คนทุกวัย การพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะด้าน การแพทย์ทางเลือก สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ที่มีความหลากหลาย รวมทั้ง แนวโน้มการแข่งขันของธุรกิจในประเทศและระดับสากล

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลจากการวิเคราะห์ฯ พบว่า ปี 2566 ธุรกิจดาวเด่นมาแรงจะสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศและของโลก โดยเฉพาะธุรกิจที่เคยประสบปัญหาช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้กลับมาฟื้นตัวจนมีความโดดเด่นอีกครั้ง ขณะที่ ธุรกิจที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยจะสอดคล้องกับกระแสธุรกิจรักษ์โลกและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยมีผลจากเทคโนโลยีดิจิทัล บริการ รูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่ส่งผลกระทบและเปลี่ยนแปลงมูลค่าบริการและสินค้าที่มีอยู่ของอุตสาหกรรมเดิม (Digital Disruption)

โดย ธุรกิจที่มีความโดดเด่นและมาแรง 5 ธุรกิจ ประกอบด้วย

1. กลุ่มธุรกิจการท่องเที่ยว ประกอบด้วย ธุรกิจจัดนำเที่ยว ตัวแทนธุรกิจการเดินทาง โรงแรม รีสอร์ท ห้องชุด สปา และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ มีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2566 ทั้งสิ้น 2,882 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 64 ทุนจดทะเบียน 7,221 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 68 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ปัจจัยสนับสนุนมาจากการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ จำนวนนักท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวทั้งนักท่องเที่ยวในและต่างประเทศ รวมทั้งมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่น การประกาศยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) ให้แก่นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน

2. กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย ธุรกิจกิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2566 ทั้งสิ้น 7,878 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 ทุนจดทะเบียน 32,615 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ปัจจัยสนับสนุนมาจากเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนเติบโตตามมา รวมถึงมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง (มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2566) และการผลักดันให้ไทยเป็น “บ้านหลังที่สอง” สำหรับชาวต่างชาติที่มีศักยภาพ

3. กลุ่มธุรกิจสมุนไพร ประกอบด้วย การปลูกพืชประเภทเครื่องเทศ เครื่องหอม ยารักษาโรค และพืชทางเภสัชภัณฑ์ และการผลิตผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ที่ใช้รักษาโรค มีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2566 ทั้งสิ้น 711 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ทุนจดทะเบียน 2,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ปัจจัยสนับสนุนมาจากกระแสนิยมดูแลรักษาสุขภาพ โดยวิถีธรรมชาติและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีของผู้บริโภค ส่งผลให้สมุนไพรเข้ามาเป็นหนึ่งในวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม (Health and Wellness)

4. กลุ่มธุรกิจการติดตั้งไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย ธุรกิจการติดตั้งไฟฟ้า การผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ การขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2566 ทั้งสิ้น 1,413 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ทุนจดทะเบียน 10,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ปัจจัยสนับสนุนมาจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ทั้งการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นเครือข่ายรวมอุปกรณ์ข้อมูลเชื่อมถึงกัน (Internet of Things: IoT) ในบ้านอัจฉริยะ (Smart home) หรือการติดตั้งแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน เพื่อสอดรับกระแสรถยนต์ EV ของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่เน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และสนองความต้องการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและร่วมรับผิดชอบต่อสังคม

5. กลุ่มธุรกิจ e-Commerce หรือ ธุรกิจการค้าปลีกสินค้าออนไลน์ มีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในปี 2566 ทั้งสิ้น 1,657 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ทุนจดทะเบียน 2,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมใช้ช่องทางออนไลน์ในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการเกือบทุกประเภทปรับตัวขยายช่องทางการตลาดผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลาดออนไลน์ได้รับความนิยมแบบก้าวกระโดด และถึงแม้โควิด-19 ได้คลี่คลายลง แต่กระแสการใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ก็ยังคงได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจ e-Commerce เป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งและสามารถยืนหนึ่งบนเวทีธุรกิจได้ทุกสถานการณ์

ขณะที่ปี 2566 ธุรกิจที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย 3 ธุรกิจ ประกอบด้วย

1. กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกและเคมีภัณฑ์ ประกอบด้วย ธุรกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก การผลิตปุ๋ยเคมี และการผลิตเคมีภัณฑ์อนินทรีย์ขั้นมูลฐาน มีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2566 ทั้งสิ้น 146 ราย ลดลงร้อยละ 30 ทุนจดทะเบียน 748 ล้านบาท ลดลงถึงร้อยละ 93 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ได้รับปัจจัยมาจากการรณรงค์ลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งลดการใช้เคมีภัณฑ์ เช่น ปุ๋ยเคมี โดยเปลี่ยนไปใช้ปุ๋ยชีวภาพเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน และลดสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดสารตกค้าง
2. กลุ่มธุรกิจขายปลีกสินค้าในร้านค้า หรือ ธุรกิจการค้าปลีกช่องทางออฟไลน์ มีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2566 ทั้งสิ้น 1,437 ราย ลดลงร้อยละ 12 ทุนจดทะเบียน 1,943 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 29 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ปัจจัยมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยใช้ช่องทางออนไลน์ในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น การค้าปลีกออฟไลน์หรือขายของผ่านหน้าร้านจึงมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการปรับตัวทางการตลาดที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการค้าควรขยายช่องทางการตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น และมีระบบเดลิเวอรีจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าเป็นบริการเสริม เป็นการสร้างความดำรงอยู่ของธุรกิจ และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
3. กลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงสันดาป ประกอบด้วย ธุรกิจการขายปลีกเชื้อเพลิงยานยนต์ในสถานี หรือ ปั๊มน้ำมัน การขายส่งเชื้อเพลิงแข็ง/เหลว และการทำเหมืองแร่ เหมืองแร่อโลหะและเหมืองหิน มีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 2566 ทั้งสิ้น 481 ราย ลดลงร้อยละ 5 ทุนจดทะเบียน 1,244 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 49 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 ปัจจัยหลักมาจากผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีการใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แนวโน้มการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มสูงขึ้น และลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดการเผาไหม้ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปทำลายชั้นบรรยากาศของโลก
“ธุรกิจที่มีความโดดเด่น 5 ธุรกิจ และธุรกิจที่เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย 3 ธุรกิจ เป็นการวิเคราะห์ที่ใช้ข้อมูลจากองค์ประกอบรอบด้าน เป็นข้อมูลเสริมที่ช่วยผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุน อย่างไรก็ตาม การเลือกลงทุนประกอบธุรกิจควรมีจุดเริ่มต้นมาจากความรักและความชื่นชอบในธุรกิจนั้นๆ เป็นหลัก เพราะจะเป็นการช่วยเพิ่มแรงขับ ความอดทน และเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจที่ตัดสินใจลงทุน ส่วนองค์ประกอบอื่น เช่น กระแสธุรกิจ แนวโน้มการเติบโต เป็นปัจจัยสนับสนุนไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจหลงทิศทาง ทั้งนี้ เมื่อก้าวเข้าสู่แวดวงธุรกิจแล้ว ผู้ประกอบการต้องพร้อมรับมือและปรับตัวกับทุกการเปลี่ยนแปลง ควรนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการธุรกิจ และที่สำคัญ คือ ต้องมีเครือข่ายธุรกิจที่เข้มแข็งที่พร้อมสนับสนุนเกื้อกูลและจูงมือพากันเติบโตต่อไป” อธิบดีอรมน กล่าวทิ้งท้าย

🏡 'ผมตั้งใจจะให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง'

ให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์สูงสุด มีอนาคตที่ดี ไร้กังวล มีอิสรภาพของชีวิตอย่างแท้จริง ✨

จึงขอแนะนำเครื่องมือที่ดีไร้ความเสี่ยง ขอเชิญมาร่วมกันใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้ด้วย มาร่วมกันมาเป็นครอบครัวของความสุข ครอบครัวเดียวกันกับเรา มาร่วมสร้างกิจกรรมดีๆมีประโยชน์ได้ตามความต้องการ สามารถเสริมรายได้เพิ่มหรือสร้างเป็นธุรกิจอีกธุรกิจของคุณหรือเอาไว้ใช้ประโยชน์ตอนเกษียณ แบบไร้กังวลมีเงินปันผลให้คุณใช้ ทุกเดือนๆ เริ่มต้นเดือนละแสนตลอดไป

📌 ดูรายละเอียด คลิก! 

 HTTPS://SHORTURL.ASIA/JEWWP 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 👇

✉ INBOX ยินดีบริการ

💚 ADD LINE : CHIANGMAI4U

☎ เบอร์โทรศัพท์ : 081-6032249


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ชวนให้คุณมาใช้ประโยชน์ด้วยกัน

สร้างธุรกิจไว้ให้ลูก